วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ไม่เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2568  
ป.อ. ม. 288, ม. 289 (4)
ป.วิ.อ. ม. 185 วรรคหนึ่ง, ม. 195 วรรคสอง, ม. 215, ม. 225, ม. 245
          จำเลยฎีกาว่า จำเลยคงมีเจตนาทำร้าย กระทำลงไปโดยขาดสติ เนื่องจากถูกผู้ตายหยามศักดิ์ศรี ไม่ได้เลือกแทงที่อวัยวะสำคัญและไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น
          คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ให้ลงโทษประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยคงอุทธรณ์ขอให้ลดหย่อนผ่อนโทษ เมื่อศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อพิจารณาพิพากษา จึงต้องถือว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคดีที่พิพากษาให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 
         ในเมื่อไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษานั้นในปัญหาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องหรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ด้วย และเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริงตามฟ้องและพิพากษายืนมา คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในปัญหาดังว่ามานี้จึงถึงที่สุดดังความตอนท้ายของวรรคสองแห่งมาตรานี้ จำเลยจะฎีกาต่อมาไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อนี้ของจำเลยมานั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
         พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามคำให้การในชั้นสอบสวนของ ส. ได้ความว่า ผู้ตายคบหาอยู่กับ อ. และตามคำเบิกความของ ม. ที่อยู่ด้วยกันกับผู้ตายพร้อม ท. และ ส. ในคืนเกิดเหตุที่ร้านคาราโอเกะ ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ เห็นผู้ตายพูดคุยโทรศัพท์ เพื่อพูดคุยตกลงปัญหากัน หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที เห็นจำเลยมาที่หน้าร้านคาราโอเกะพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เหตุการณ์ต่อมาที่หน้าร้านคาราโอเกะปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดว่าจำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกันช่วงเวลาหนึ่ง ยังไม่มีการลงมือทำร้ายกันดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งตรงกับที่ ม. และ ท. ให้การแก่พนักงานสอบสวนว่า ก่อนที่จำเลยจะใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย จำเลยกับผู้ตายยืนพูดคุยกัน ไม่ได้ความว่าจำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกันด้วยถ้อยคำอะไร จึงน่าเชื่อตามที่จำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนว่า เมื่อผู้ตายออกมาหน้าร้านคาราโอเกะพร้อมกับเพื่อน ๆ มีการโต้เถียงกัน จำเลยถามผู้ตายว่า "พี่อยากเจอผมไม่ใช่เหรอ" ผู้ตายตอบว่า "เข้ามาเลย" และทำท่าล้วงกระเป๋า จำเลยดึงอาวุธมีดออกมาแล้วแทงผู้ตาย โดยไม่ทราบว่าแทงเข้าบริเวณใด ดังนี้ เป็นพฤติการณ์ที่บ่งบอกว่าจำเลยเจ็บใจที่ถูกหยามศักดิ์ศรี อันเนื่องจากผู้ตายลักลอบเป็นชู้กับคนรักของจำเลย เมื่อถูกผู้ตายท้าทาย จึงได้ใช้มีดแทงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าหลังจากมีการโต้เถียงและท้าทาย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยใช้อาวุธมีดเข้าแทงผู้ตายทันทีที่สบโอกาสพบกันตามที่ตระเตรียมวางแผนมาฆ่าผู้ตายแต่แรก ถือไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนดังโจทก์ฟ้อง 
           ปัญหานี้ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยแล้ว เห็นว่า แม้ปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องนั้นจะถึงที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ก็ตาม แต่เมื่อสำนวนขึ้นมาสู่ศาลฎีกา เพราะจำเลยยังคงฎีกาต่อมาขอให้ลดหย่อนผ่อนโทษด้วย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกปัญหาว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องอันเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225