วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ทำวัตถุระเบิดขว้างใส่ได้รับบาดเจ็บ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2563
ป.อ. ม. 288, ม. 81, ม. 90, ม. 91
ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคหนึ่ง
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม. 78
                จำเลยกับพวกร่วมกันทำวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ 2 ลูก แล้วจำเลยกับพวกร่วมกันมีวัตถุระเบิด 2 ลูก ที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำดังกล่าวไว้ในครอบครองของจำเลยกับพวก จากนั้นจำเลยกับพวกร่วมกันใช้วัตถุระเบิด 2 ลูก ดังกล่าว ขว้างใส่กลุ่มของผู้เสียหายทั้งสามกับพวกโดยมีเจตนาฆ่า ระเบิดลูกแรกตกห่างจากผู้เสียหายที่ 3 ประมาณ 1 เมตร แต่ไม่ระเบิด ส่วนระเบิดลูกที่สองตกกระแทกโต๊ะหินอ่อนและกระดอนตกระเบิดขึ้นตรงหน้าผู้เสียหายที่ 3 สะเก็ดระเบิดทำให้ผู้เสียหายทั้งสามได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนยึดเศษท่อพีวีซีสีฟ้า 1 ชิ้น และเส้นลวดตัดยาว 21 เส้น จากที่เกิดเหตุเป็นของกลาง พนักงานสอบสวนส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่าเป็นชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบจัดทำขึ้น
                แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันโดยบรรยายฟ้องเป็นข้อ 1 (ก) ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทำวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ข้อ 1 (ข) ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และข้อ 1 (ค) ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้พยายามฆ่าผู้อื่นก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาการกระทำของจำเลยในความผิดทั้งสามฐานนี้ เห็นได้ว่าเป็นเจตนาอันเดียวกันคือต้องการใช้วัตถุระเบิดในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ซึ่งโดยสภาพแห่งการกระทำความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิด พยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยกับพวกก็ต้องร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองเสียก่อน ทั้งวัตถุระเบิดที่จำเลยกับพวกร่วมกันมีไว้ในครอบครองกับวัตถุระเบิดที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำยังเป็นวัตถุระเบิดลูกเดียวกันและกระทำคราวเดียวกัน นอกจากนี้ความผิดทั้งสามฐานดังกล่าวกฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้ในมาตราเดียวกันตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78 จึงเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์ให้ความผิดทั้งสามฐานนี้เป็นกรรมเดียวกัน
               คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคสี่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อย คดีจึงต้องห้ามโจทก์มิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง